คาดว่าหลายๆ ท่านที่อยู่ในแวดวงการออกแบบ น่าจะพอรู้ข่าวคราวถึงโครงการสนุกๆ ที่มีชื่อว่า “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย (I am a Thai Graphic Designer)” และบังเอิญให้ว่าตอนนี้ก็เป็นช่วงจังหวะชีวิตที่กำลังว่างๆ กลวงๆ อยู่พอดี ก็เลยขอร่วมแจมเพื่อสร้างความครื้นเครง ในยามที่บ้านเมืองกำลังอลวนอลเวงกันในขณะนี้
และไหนๆ เทอมหน้าก็จะมีวิชา Typography อยู่ด้วย (เนื่องจากคณะที่ผมเรียนอยู่เพิ่งเปิดใหม่ ก็ไม่รู้ว่าจะหาคนมาสอนได้ยัง… ขอบ่นหน่อยเถอะ – -”) ก็เลยขออุ่นเครื่องสำหรับงานสร้างสรรค์แบบอักษรชุดนี้ (หลังจากที่ห่างหายไป 2-3 ปี) ด้วยการคิดว่าจะสร้างชุด Lettering ภาษาอังกฤษ ที่อยากให้ฝรั่งดูแล้วต้องร้องว่า “ไท๊ย ไทย” (โดยที่ชุดอักษรจะต้องไม่มีลายกระหน่งกระหนกแปะอยู่ ให้เป็นที่รำคาญของเด็กแนว)
หลังจากตีกรอบโจทย์ให้กับตัวเองเสร็จแล้ว ก็เลยคิดว่าจะใช้สไตล์การออกแบบ แบบที่เรียกว่า “ไทยแบบบ้านๆ” หรือ “ลูกทุ้ง ลูกทุ่ง” หนึ่งในงานที่ผมนึกถึงก็พวกสติ๊กเกอร์ท้ายรถบรรทุก หรือ Graffiti แบบไทยๆ ก็อย่างพวกป้ายเที่ยวงานประจำปี ปิดทองลูกนิมิต อะไรประมาณนั้น
ขั้นตอนต่อมา ผมก็ว่าจะไปตามหาแรงบันดาลใจ ปรากฏว่าไอ้ครั้นจะต้องนั่งรถ บขส. ไปต่างจังหวัด แล้วไปถ่ายรูปป้ายพวกนี้ ก็ดูท่าว่าึคงจะทุ่มเทและทุ่มทุนจนเกินไป (ความจริงใครคิดจะรวบรวมภาพงานกราฟิกไทย สไตล์ช่างศิลป์แนวๆ นี้ทำเป็นเล่มออกขาย ผมจะอุดหนุนเป็นรายแรกเลยคอยดูสิ) ในเมื่อหาไม่ได้ (หรือไม่ได้หา?) ก็เลยคุ้ยแบบมักง่ายเอาในเน็ตนี่แหละ ก็ได้พวกสติ๊กเกอร์ท้ายรถบรรทุกมาเป็นอินสปายไวน์คูเล่อร์นิดหน่อย (ขอบคุณภาพจาก numnigon.multiply.com)




นอกจากนี้ ผมก็นึกขึ้นมาได้อีกแหละว่ามีแบบอักษรแบบหนึ่งที่ผมนึกถึง นั่นก็คือฟอนต์ที่มีชื่อว่า BANGLIKOSANA@ARTY (โดยคุณยิ่งยศ จากบางลี่โฆษณา) ซึ่งออกแบบมาได้มีกลิ่นอายแบบลูกทุ๊ง ลูกทุ่ง จนเห็นแล้วอยากพาตัวเองไปเคี้ยวเื้อื้องอยู่กลางท้องนา ทีเดียวเชียวล่ะ

ส่วนพวกป้าย PR งานวัด นี่ผมก็ไม่ได้มีแหล่งอ้างอิงจากที่ไหนครับ… แต่โชคดีว่าแถวบ้านผมนี่อยู่ย่านชานเมือง วัดเวิ้ดเลยมีอุดมสมบูรณ์ (ขนาดบ้านผมยังอยู่ติดกำแพงวัดเลย) เลยยังพอมีภาพแบบอักษรแนวๆ นี้อยู่ในหัวบ้าง เท่าที่จำได้ก็มีแบบอักษรหลายแบบหลายสไตล์ แต่ที่ได้รับความนิยมมักจะได้อารมณ์แบบศิลปะยุค Baroque ผสม Art Nouveau แถมยังมีติ่งของความเป็นยุค 60′s อยู่ใน Typeface สรุปคือประมาณว่าลีลาอ่อนช้อย เลื้อยๆ อ้วนๆ อิ่มๆ
เฮ้ย พิมพ์ไปพิมพ์มาชักจะเริ่มยาว… – -”
จากนั้นผมก็เริ่มออกแบบตัวอักษรบางตัวในกระดาษครับ ซึ่งออกแบบมาได้นิดหน่อยก็มาด้นต่อเอาในคอมเลย

จับเอกลักษณ์ที่ศึกษามาทั้งหมด ก็พอจะสรุปเอาได้ว่า Lettering ชุดนี้ อยากจะให้มีลีลาที่ดูแล้วอ้วนพลิ้วปลิวไสว แต่ก็ยังไม่วายจะใช้รูปเรขาคณิตที่เน้นรูปวงรีและวงกลม ประมาณว่าให้อารมณ์เหมือนฝรั่งอยากจะทำอะไรแบบไทยๆ แต่ก็เก้ๆ กังๆ เหมือนฝรั่งที่อยากจะรำวงเพลงไทย แต่ที่ไหนได้กลายเป็นควักกะปิโชว์ซะงั้น !

ทำบ้าง-พักบ้าง เป็นเวลา 3-4 วัน จนในที่สุดก็เสร็จเป็น Lettering ในชั้นแรกที่ยังไม่ได้ใส่ขอบ (ดูไฮโซทีเดียว)

จากนั้นก็ใส่สี-ใส่ขอบ จนได้ออกมาเป็นชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์ ใช้เฉดสีที่นิยมใช้กันในงานแนวลูกทุ่้งๆ ประเภทโทนสีจัดจ้าน (ถ้าใช้สีสะท้อนแสงได้จะดีมาก) หลังจากนั้นก็เอางานไปอัดเป็นภาพสี หมดไป 150 บาท -O-
ขั้นตอนสุดท้าย ก็ไปจ้างนายแบบจากเกาหลี(เหนือ) มาโพสต์ท่า ฉากหลังใช้ประตูบานพับ… งานสถาปัตยกรรมที่เห็นกันได้ทุกทิศทั่วไทย (ถ้ามีหมาขี้เรื้อนมายืนจังก้าอยู่ในภาพ จะได้อารมณ์ความเป็นไทยมาก)
ปล.พูดถึงแล้ว… ถ้าจะเอา Lettering ชุดนี้มาทำเป็นฟอนต์ก็คงจะดีนะครับ

ตูก็ชอบป้ายงานวัด ปิดทองฝังลูกนิมิตรเหมือนกัน
แล้วก็เคยได้พยายามสะสมภาพถ่ายป้ายแบบนี้มาด้วยเช่นกัน
เคยเกือบโดนแฟนด่าเพราะขับรถกลับบ้าน (เพชรบุรี)
แล้วโฉบไปจอดเพียงเพราะขอถ่ายป้ายข้างทางมาแล้ว
แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ทันว่ะ
ไม่ทันเพราะว่าตอนนี้พวกป้ายเขียนด้วยมือ ที่ทางวัดให้พระ ให้เณรเขียน
ยิง Perspective จ๊าบๆ สีแว้นๆ สวยๆ เริ่มหายไปแล้ว
และถูกแทนที่ด้วยฟอนต์มาตรฐาน กับอาร์ตเวิร์กแข็งๆ
ของเทคโนโลยีอิงก์เจ็ตแทน
ไม่รู้จะเศร้าดีไหม
อยากเห็นง่ะ…
(เคยเจอฟอนต์ตามป้ายพวกนี้อยู่แบบนึง
แบบว่าเล่นหัวเล่นหางมาก เสียดายไม่มีกล้อง – -”)
ึ7… คณะนี้มีเรียน Typo ด้วย รอเขียนรีวิวคณะตัวเองดูดิ ว่ามีเรียนอะไรบ้าง เสร็จแล้วก็เอาไปบอกต่อให้รุ่นน้องด้วยนะ
font สวยค่า ขายเลยๆ 55
โห.. ได้ขึ้นคนแรกของ อักษร S เลยด้วย..
โปรเจคน่าสนใจดี
ทีแรกผมว่าจะเอาด้วย
แต่เพราะ..
อายกล้อง และจับฉ่ายจนไม่รู้ว่าตัวเองคืออะไรแล้ว = =
ช๊อบชอบแนวนี้ สวยคับ
ต้องเรียนอะไร ยังไง ? ถึงจะได้เป็นนักกราฟฟิก ?
เจ๋งดี นิ
หรอยแรง
เด็กใต้พี่น้องเหอ