| รับ RSS

levitraCialisZappos

Typographic Portraits

่8 April 2009 | 0 ความเห็น | ในหมวด ศิลปะ-ออกแบบ

ศาสตร์ทางด้านการออกแบบเกี่ยวกับตัวอักษร หรือที่ฝรั่งเค้าเรียกว่า Typography หรือ Typographic ไม่ใช่ศาสตร์ที่จำกัดอยู่แค่การออกแบบรูปลักษณ์ของตัวอักษร การจัดวางตำแหน่ง การจัดระยะห่างระหว่างช่วงตัวอักษร แต่การออกแบบอาจรวมไปถึงการนำตัวอักษรต่างๆ มาจัดเรียง เพื่อทำให้เกิดเป็นภาพหรือองค์ประกอบที่จะทำให้ชิ้นงานนั้นๆ เกิดความน่าสนใจขึ้นมา

การเอาตัวอักษรรูปลักษณ์ต่างๆ มาจัดเรียงเป็นภาพใบหน้าคนก็เช่นกัน (Typographic Portraits) งานแนวๆ นี้ก็มักจะพบเห็นได้บ่อยๆ ดังนั้นจึงมีผู้รวบรวมตัวอย่างของผลงานบางส่วนเอามาให้ชมกันครับ ซึ่งความจริงถ้าอยากดูจะเต็มๆ 45 ภาพ คุณสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ abduzeedo.com (แต่ในที่นี้ผมขออนุญาตคัดเอามาให้ดูแค่ 5 ภาพก็แล้วกันนิ)

steven_paul_jobs_by_dylanroscover

typographic_portrait_by_popeyefrancom

lilwayne-481x673

2eb874f661b81e12dd873a090c67041b

3186144234_02665faa13

(ลิขสิทธิ์ภาพที่แสดงด้านบน ได้รับการคุ้มครองตามสิทธิ์ของเจ้าของภาพนั้นๆ)

Tags: , ,

แหล่งคลังภาพฟรี มี CC กำกับ

่6 April 2009 | 2 ความเห็น | ในหมวด แนะนำเว็บ

หากคุณจะทำเอกสาีรซักใบนึง แล้วในเอกสารใบนั้นต้องใช้รูปภาพประกอบ หลักๆ แล้ว วิธีการที่คนส่วนใหญ่จะใช้กัน สำหรับการหาและเอารูปภาพมาใช้ จะมีด้วยกัน 4 วิธี

1.ขโมยมาใช้
ฟังดูอาจจะเลวร้าย แต่หารู้ไม่ว่านี่เป็นวิธีการอันดับแรกที่คนทั่วไปมักจะใช้กัน วิธีนี้ทำได้ง่ายมากครับ แค่คุณไปเจอภาพ ๆ นึงในอินเทอร์เน็ต จากนั้นก็ทำการก๊อปปี้ภาพมาซะ เสร็จแล้วคุณก็เอาภาพที่ได้ไปแปะในเอกสารของคุณ วิธีนี้ง่าย สะดวก และรวดเร็วครับ แต่มันถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เลยไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะใช้วิธีนี้นะครับ

2.หาไม่ได้ ก็ถ่ายเอาเอง
วิธีนี้ผมว่าน่าจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ในแง่ของการที่คุณจะได้ภาพที่ตรงกับความต้องการของคุณ เพราะถ้าคุณอยากได้ภาพแบบไหน มุมไหน คุณก็คว้ากล้องแล้วก็ไปถ่ายเอาเลย … แต่คงจะยากไปซักหน่อยนะครับ ถ้าเอกสารของคุณเป็นเอกสารเกี่ยวกับเรื่องจระเข้ในลุ่มแม่น้ำอเมซอน

3.ขออนุญาตเจ้าของ
ถ้างานของท่านไม่ได้เป็นงานที่ด่วนมาก และภาพที่ท่านต้องการก็ดันเป็นภาพที่เจ้าของไม่ได้ระบุสิทธิ์ของการใช้งานอีก คุณก็มีวิธีเดียว นั่นก็คือคุณจะต้องตามหาเจ้าของภาพแล้วก็ขออนุญาตมาให้ได้ (จะไปเคาะประตูถึงบ้านหรือจะแค่อีเมลไปขอก็ได้ทั้งนั้น) ซึ่งเจ้าของจะให้คุณเอาภาพไปใช้ฟรีๆ หรือเสียตังค์ หรืออะไรก็แล้วแต่ อันนี้ก็สุดแล้วแต่การตกลงของทั้ง 2 ฝ่ายครับ

4.เอาภาพไปใช้ได้เลย แต่ต้องปฏิบัติตามสิทธิ์ที่ระบุไว้
วิธีนี้แหละครับที่ผมอยากให้ทำกัน ทั้งในแง่ของคนที่ต้องการเอาภาพไปใช้ และในแง่ของคนที่เป็นผู้สร้างสรรค์ภาพนั้นๆ นั่นคือ เจ้าของผลงานให้ระบุขอบข่ายของการนำภาพไปใช้ให้ชัดเจนไปเลย ส่วนคนที่จะเอาภาพไปใช้ก็ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เจ้าของภาพกำหนด (ซึ่งท่านทั้งหลายสามารถใช้เครื่องมือจาก Creative Commons ได้เลย) ซึ่งตรงนี้แหละครับ ที่มีเว็บไซต์เว็บนึงที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการจะเอาภาพไปใช้ นั่นก็คือเว็บไซต์ everystockphoto.com

everystockphoto1

เว็บไซต์ everystockphoto.com เป็นเว็บไซต์ที่ไม่ใช่เว็บเก็บภาพถ่ายนะครับ แต่เป็นเว็บที่ลิงก์ภาพถ่ายมาจากที่ต่างๆ แล้วมีระบบให้เราค้นหาภาพได้ง่ายๆ ซึ่งภาพเหล่านี้ ล้วนเป็นภาพที่ฟรีทั้งหมด ส่วนเงื่อนไขของความฟรีก็แตกต่างกันไปตามแต่ละภาพ

ซึ่งวิธีการที่จะดูว่าเจ้าของภาพเค้ากำหนดสิทธิ์การใช้งานไว้ว่้าอย่างไร (ส่วนใหญ่ใช้จาก Creative Commons) ก็ง่ายมากครับ แค่ดูทางด้านขวาของภาพ ว่าเจ้าของเค้าอนุญาตให้ใช้งานในลักษณะไหนบ้าง จากนั้นเราก็ทำตามกฏหรือเงื่อนไขที่ว่าไว้

everystockphoto2

ตอนที่โพสต์ในขณะนี้ ภาพที่ลิงก์อยู่ในเว็บนั้นก็มีอยู่สี่ล้านกว่าภาพ ดังนั้นน่าจะมีภาพที่ตรงกับความต้องการของท่านไม่มากก็น้อย… แต่ยังไงก็อย่าลืมปฏิบัติตามสิทธิ์ที่เค้ากำหนดด้วยล่ะครับ

Tags: , , ,

มันเป็นเพียงแค่ตัวเลข

่4 April 2009 | 14 ความเห็น | ในหมวด บ่น

หลังจากที่ต้องรอคอยกันมาอย่างยาวนาน เมื่อวานนี้ก็ได้รับข้อความฉบับหนึ่งมาทางมือถือ ซึ่งนั่นก็คือ SMS แจ้งเกรดนั่นเอง

ไหนๆ ก็เปิดบล็อกส่วนตัวขึ้นมาแล้ว ก็เลยขอเอาเกรดมาแปะประจานเอาไว้ จะได้เป็นอนุสรณ์เตือนใจในอนาคต

table2-2008

MDA 103 : DESIGN I
หลังจากเทอมแรกเน้นทางด้านทฤษฎีการออกแบบไป เทอมนี้ก็ต้องมาเจอกับโจทย์งานออกแบบต่างๆ ที่มีทั้งภาพประกอบ โลโก้ หนังสือ โปสการ์ด สุดท้ายก็คว้าเกรด A มาได้อย่างยากลำบาก เพราะอาจารย์ท่านมาตรฐานในการตรวจงานสูงมากกกกก

MDA 201 : DRAWING II
สำหรับภาพรวมของวิชานี้ในเทอม 2 ค่อนข้างจะเข้มข้นกว่าเทอมแรกครับ (เทอมแรกเน้นวาดวัตถุสิ่งของ-ทิวทัศน์) เพราะเทอม 2 ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางวาดใบหน้าคน พักหลังๆ ก็เริ่มจะวาดสรีระ ไอ้ตัวผมถึงแม้จะพอวาดกระป๋องกระแป๋งได้ แต่พอต้องมาเจอวาด Portrait หรือ Figure ก็แทบแย่เหมือนกัน ที่สำคัญเทอมนี้พิเศษกว่าเทอมที่แล้ว เหตุเพราะการมาสายของผมที่มาเกินโควต้า 3 ครั้ง เลยเป็นอันว่าต้องโดนปั่นงาน 100 ชิ้นส่ง เพื่อเป็นการไถ่โทษ … สุดท้ายก็รอดมาได้ด้วยเกรด B เป็นอันว่าพอใจมากครับ

LNG 103 : FUNDAMENTAL ENGLISH III
เป็นวิชาที่เหมาะสมกับเกรด C+ ดีครับ เพราะทักษะภาษาอังกฤษของผมห่วยแตกสิ้นดี ที่รอดมาได้นี่คืออาศัยเกาะเพื่อนไปวันๆ รู้ประมาณแค่เทอมนี้เน้นเรื่องการเขียนความคิดเห็น – การเขียนเชิงบรรยายสรรพคุณ อะไรประมาณนี้แหละ

MDA 224 : INTRODUCTION TO ANIMATION
เป็นวิชาที่ว่าด้วยเรื่องพื้นฐานการทำแอนิมเมชั่น ตอนแรกนึกว่าจะได้ B+ เสียแล้ว เพราะ Final Project ทำเอาไว้ได้แค่ B แต่โชคดีว่าก่อนหน้านั้นมีคะแนนตุนไว้เยอะ ตอนที่ทำ Character Design ก็เลยอาศัยกินบุญเก่า จนได้คะแนนมาถึง A … ขอบคุณก๊าบอาจารย์

MDA 120 : INTRODUCTION TO PHOTOGRAPHY
เป็นวิชาที่ว่าด้วยเรื่องพื้นฐานการถ่ายรูป ส่วนใหญ่เน้นไปทางทฤษฎีซะมาก ถึงแม้จะเป็นวิชานึงที่ไม่ได้เรียนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย แถมไม่ได้ส่งงานแกชิ้นนึงด้วยตะหาก ถือว่าเอาตัวรอดมาจนได้ B ก็นับว่าเก่งแล้ว – -”

SSC 210 : MAN AND ETHICS FOR QUALITY OF LIFE
เป็นอีกวิชานึงที่ต้องใช้ “พลังงาน” เยอะในการเรียนครับ เพราะต้องทำโครงงานส่งเกี่ยวกับอะไรก็ได้ที่ช่วยเหลือสังคม ซึ่งกลุ่มที่ผมอยู่ก็เลือกที่จะไปสอนศิลปะเด็กอนุบาล ซึ่งวันที่ไปทำจริงก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ แต่มันยากก็อีตรงร่วมทำงานกันเป็นกลุ่มนี่แหละครับ ทั้งเอกสารเอย ยื่นเสนอโครงงานกับอาจารย์เอย…. จะว่าไปแล้วก็ดีเหมือนกัน เพราะวิชานี้ทำให้ได้เห็นพฤติกรรมของเพื่อนๆ หลายคน ชัดเจนขึ้น

SSC 101 : PHYSICAL EDUCATION
เป็นวิชานึงที่หวั่นใจไว้ตั้งแต่ต้นเทอม เพราะผมเป็นคนเล่นกีฬาไม่เอาอ่าวมาก สุดท้ายได้มาลงแบดมินตัน พอถึงเวลาจริงอะไรๆ มันก็ประคับประคองกันไป จนในที่สุดก็รอดตายมาได้ C (และโชคดีที่มันคิดแค่หน่วยกิตเดียว)

สรุปว่าเทอมนี้ เกรดเฉลี่ยรวมออกมาที่ 3.34 ครับ ส่วนเทอมที่แล้วเกรดเฉลี่ยก็อยู่ที่ 3.41 ถือว่าเกรดไม่ได้ตกลงมาอย่างน่าเกลียด ชนิดที่ต้องไปโดดตึกฆ่าตัวตาย หรือซดเป็ดโปรขวดม่วง

อะ… ไหนๆ พอพูดถึงเกรดเทอมที่แล้ว ก็เลยขอแปะเกรดเทอมนั้นไว้ด้วยก็แล้วกัน

table1-2008

เทอมหน้าก็คงต้องสู้กันต่อไป…

Tags: ,

กินไปเรื่อย… เจาะวิถีอร่อยริมทาง

่3 April 2009 | 0 ความเห็น | ในหมวด ข่าวสาร

เมื่อวานซืนนู้นนนน (31 มีนา) ได้มีโอกาสไปงานหนังสือกับเพื่อนครับ แต่ได้จังหวะพอดีที่ TCDC เค้าเชิญชวนให้สมาชิกของที่นั่นไปร่วมงานเปิดนิทรรศการที่ชื่อ “กินไปเรื่อย… เจาะวิถีอร่อยริมทาง” ผมก็เลยแวบไปซะเลย เพราะกะไว้ว่างานนี้ต้องมีการ “กินฟรี” เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

กินไปเรื่อย - 01

พอไปถึง ก็เห็นเค้าเอาแม่ค้าหาบเร่ขึ้นมาไว้บนห้างของมนุษย์ไฮโซ นับว่าเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และแน่นอนที่น่าสนใจมากกว่านั้น ก็คือเค้าจัดให้เราได้กินฟรี อย่างที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นจากมนุษย์เลวคนหนึ่ง

กินไปเรื่อย - 02

หลังจากแดก เอ้ย! รับประทานเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาของการเข้าสู่พิธีเปิดงานครับ งานนี้ได้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ผู้ว่าฯ กทม. มาเป็นคนเปิดงานครับ … แต่ผมก็ไม่รู้นะ ว่าท่านเคย “กินไปเรื่อย” รึเปล่าหนอ? (หมายถึงอาหารน่ะ)

“กินไปเรื่อย..เจาะวิถีอร่อยริมทาง” (08)

เอาล่ะครับ หลังจากนั้นก็เป็นการเข้าไปชมนิทรรศการ ซึ่งถ้าให้ผมมาพูดก็เกรงว่าท่านผู้อ่านจะเสียอรรถรสเสียเปล่าๆ และอาจจะทำให้ขาดใจความสำคัญที่นิทรรศการต้องการจะสื่อสารได้ (ความจริงคือขี้เกียจเขียนแหละ… พูดง่ายๆ) ดังนั้นก็เลยขอคัดลอกคำบรรยายย่อๆ ของส่วนต่างๆ ภายในนิทรรศการจากใบปลิวที่เค้าแจกเลยแล้วกันครับ

กินไปเรื่อย - 03

1.กรุงเทพฯ เมืองบุฟเฟต์ หากนำร้านอาหารริมฟุตบาททั้งหมดมาต่อกัน กรุงเทพฯ คงเปรียบเสมือนเมืองเครือข่ายบุฟเฟต์ที่หนาแน่นที่สุดในโลก เพื่อรองรับความอยากจะกินและกินทั้งวันของสังคมเมือง ปิยทัต เหมทัต เก็บภาพความหลากหลายของแหล่งบริการอาหารริมทางและภาชนะอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อ ความอิ่มอร่อยในปัจจุบันผ่านวิถีการกินในแต่ละมื้อ ตั้งแต่เคาน์เตอร์อาหารรับอรุณตามแนวบาทวิถี วาไรตี้ร้านตามสั่งมื้อกลางวัน อาหารว่างบามย่ายเพื่อผ่อนคลายและสร้างสังคม กับข้าวถุงเชื่อมสัมพันธ์ครอบครัวยามเย็น และข้าวต้มโต้รุ่งที่พึ่งของคนนอนดึก

2.แม่ค้านักประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์เพิ่มรสชาติและความสะดวกสบายที่ผลิตโดยพ่อค้าแม่ขาย ภายใต้แนวคิด “ใช้ง่าย ต้นทุนต่ำ และสอดคล้องกับวิถีชีวิต” ถือเป็นปูมความคิดสร้างสรรค์นำพานวัตกรรมแบบบ้านๆ มาใช้ประโยชน์ในการทำมาค้าขาย เห็นได้จากภาชนะห่อ มัด หิ้วจากสารพัดใบไม้แบบดั้งเดิม จนถึงศิลปะมัดยางมุมถุงโอเลี้ยงที่หิ้วดูดได้สบายมือ พิสูจน์เขียงตัดผลไม้ลูกผสมที่พ่อค้าซาเล้งต่างเจให้ไป จนถึงกลยุทธิ์เรียกลูกค้าสุดสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มรายได้แบบเฉพาะตัว

กินไปเรื่อย - 04

3.ชิมไป บ่นไป กว่าจะเป็นรถเข็นในวันนี้ แท้จริงผ่านการติ ชม บ่น ปนเสนอแนะจากแม่ค้าและลูกค้านักออกแบบมาหลายยุคสมัย ผลสำรวจปัญหาและความต้องการของผู้บริโภคและผู้ค้าอาหารหาบเร่แผงลอยใน กรุงเทพฯ 1,600 คน จะผลักดันให้รถเข็นในอนาคตเป็นอย่างไร ร้อยละ 49.7 ของลูกค้าต้องการไฟส่องสว่างมากขึ้น ส่วนร้อยละ 52.4 ของพ่อค้าอยากได้อ่างล้างมือ สถิติยังแสดงให้เห็นว่าลูกค้าเกือบ 2 ล้านคนพบส่งแปลกปลอมในอาหารหาบเร่ทุกวัน แต่ก็ยังยอมทนเพราะรสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ ทั้งนี้ยังพร้อมจะจ่ายเพิ่ม 5 บาท เพื่อภาชนะลดโลกร้อนด้วย

4.สู้แล้วรวย พันธุ์รบ กำลา เริ่มจากการขายรถเข็นขายบะหมี่เมื่อ 17 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้เป็นเจ้าของแฟรนไชส์รถเข็น “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” กว่า 1,500 คัน ส่วน “แดงแหนมเนือง” ที่เริ่มเร่ขายเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ก็ได้เติบโตจากการสร้างเครือข่ายกระจายชุดแหนมเนืองผ่านรถทัวร์และ “อร่อยทั่วไทย” กับไปรษณีย์ไทย ธุรกิจหาบเร่ได้พัฒนาไปอีกขั้นล้วนรู้จักใช้กลยุทธ์ เช่น การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ปรับผลิตภัณฑ์เข้าหากลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มเครือข่ายกระจายสินค้า แต่ตัวอย่างดิลิเวอรี่ที่ได้ทั้งประโยชน์ต่อสังคมและโดดเด่นด้านการจัดการ ก็คงต้องยกให้สหกรณ์ “ดับบ้าวัลล่า” แห่งมุมไบ ที่ส่งปิ่นโตกลางวันฝีมือแม่และเมียสู่ลูกค้า 175,000 คนทุกวัน

กินไปเรื่อย - 05

5.เร่อินเตอร์ เมื่อเซอร์เจมส์ ดิวเวอร์ ประดิษฐ์กระติกสูญญากาศเพื่อเก็บแก๊สเหลวในปี ค.ศ.1892 คงคิดไม่ถึงว่าคนไทยจะเอามาใช้เก็บข้าวเหนียวให้อุ่นนุ่มนาน เช่นเดียวกับคนขายไอศกรีมโคนในประเทศไทย หลายคนที่ไม่รู้ว่าอิตาโล มาร์คิโอนี คนเร่ขายน้ำแข็งไสรสมะนาวในนิวยอร์ค เป็นคนคิดโคนไอศกรีมเป็นคนแรกในปี ค.ศ.1903 ไม่ว่าการออกแบบภาชนะจะเกิดจากสภาวะทางสังคมเศรษฐกิจ หรือเทคโนโลยีอย่างไร ลักษณะการใช้งานมักเปลี่ยนไปตามบริบทใหม่ๆ เสมอ วิถีกินริมทางของไทยได้หยิบยืมภาชนะสากลมาปรับใช้อย่างไร้กฎเกณฑ์ แล้วทัศนะนี้จะเร้าให้เกิดการออกแบบ เพื่อวิถีอร่อยริมทางที่ดีขึ้นได้หรือไม่

นิทรรศการ “กินไปเรื่อย…เจาะวิถีอร่อยริมทาง” (Quick Bites : Design for Better Eating) จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 7 มิถุนายน 2552 ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม ช้อปปิ้ง คอมเพล็ก ตั้งแต่เวลา 10.30-21.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์)

ใครว่างๆ ก็ลองไปกันดูนะครับ

Tags: , , ,
"));