| รับ RSS

สาขาวิชามีเดียอาตส์ เปิดรับตรง (ปี 52) รอบสุดท้าย

่16 พฤษภาคม 2009 | 0 ความเห็น | ในหมวด ข่าวสาร

logo

ประกาศมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
เรื่อง กำหนดการรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยมหาวิทยาลัยคัดเลือกตรง
ประจำปีการศึกษา 2552
คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี

ด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กำหนดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยมหาวิทยาลัยคัดเลือกตรง ประจำปีการศึกษา 2552 คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี จึงได้วางระเบียบการรับสมัครคัดเลือกเข้าศึกษาไว้ดังนี้

หลักสูตรศิลปบัณฑิต (ศล.บ.) สาขาวิชามีเดียอาตส์ (รับเพิ่มอีัก 5 คน)
− เป็นผู้สำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า สายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ หรือ คณิตศาสตร์-ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอังกฤษ-ภาษาต่างประเทศ หรือ
− สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสาขาวิชาศิลปกรรม,ออกแบบ และคอมพิวเตอร์อาร์ต
− มีคะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ไม่น้อยกว่า 2.25
− มีผลงานทางด้านศิลปะ(Portfolio)
− สอบสัมภาษณ์
− ผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาต้องผ่านการตรวจร่างกายและต้องไม่เป็นโรคตาบอดสี

กำหนดการรับสมัคร
− สมัครทางอินเตอร์เน็ต ศุกร์ที่ 15 – ศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2552
− ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2552 ทาง kmutt.ac.th/admission
− สอบสัมภาษณ์ อังคารที่ 26 พฤษภาคม 2552
− ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา พุธที่ 27 พฤษภาคม 2552 ทาง kmutt.ac.th/admission
− รายงานตัวเป็นนักศึกษา พฤหัสบดีที่ 28 - 29 พฤษภาคม 2552 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

รายละเอียดเพิ่มเติม : kmutt.ac.th/admission [pdf]

Tags:

บางกอก…กล๊วย…กล้วย!!

่2 พฤษภาคม 2009 | 0 ความเห็น | ในหมวด ข่าวสาร

bangkok-banana

จากเหตุการณ์ความวุ่นวายในบ้านเมือง ตั้งแต่ปิดสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มเสื้อเหลือง จนถึงการเผารถเมล์กลางกรุงของกลุ่มเสื้อแดงในวันนี้ ล้วนต่างทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสื่อมเสีย ความเชื่อมั่นในสยามเมืองยิ้มที่อุดมไปด้วยภูมิปัญญาทางศิลปวัฒนธรรม ลดน้อยถดถอยลงไปจนกู่ไม่กลับ และกลายเป็นวิกฤติชาติที่ทุกฝ่ายต้องร่วมด้วยช่วยกันสร้างความดีงาม เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม ที่สร้างรอยยิ้มให้แก่ประชาชนและคนทั่วโลกอีกครั้ง

เพื่อให้จุดมุ่งหมายในข้างต้นเป็นจริง กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ขออาสาเป็นหน่วยงานแรกใช้มรดกภูมิปัญญาของคนไทยจัดโปรเจ็กต์ยักษ์ เนรมิตถนนย่านการค้ากลางกรุงเทพมหานคร ให้เป็นถนนสายวัฒนธรรมครั้งแรกของประเทศ ในชื่อ “บางกอก…กล๊วย…กล้วย!!” หรือ Bangkok…Bananas!! เพื่อปลุกสำนึกให้เยาวชนและประชาชนทั่วประเทศ รู้ถึงแก่นแท้ของวัฒนธรรมไทย และนำสิ่งดีๆ เหล่านั้นมาใช้ในการพัฒนาภาพลักษณ์ประเทศ เพื่อให้ไทยพ้นวิกฤติต่างๆ ไปได้ด้วยดี โดยมีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการ วธ. ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัด วธ. นายอารักษ์ สังหิตกุล ผอ.สศร. ตัวแทนจากภัทราวดีเธียเตอร์ มูลนิธิหนังไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพ Fat Radio ฯลฯ และเหล่าศิลปินหลากแขนง เข้าร่วมกว่าร้อยคน

ข่าวจาก : ไทยโพสต์

งานนี้ตกข่าวอย่างแรงครับ เพราะตอนที่โพสต์ก็เพิ่งจะรู้เองว่ามีงานนี้ (งานใหญ่ซะด้วย)

สำหรับงานนี้เค้าจะจัดไปตั้งแต่วันที่ 30 เมษายนแล้ว แล้วจะจัดต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคม 2552 เริ่มจากหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามพารากอน ไปจนถึงเซ็นทรัลเวิลด์

ดูตารางและรายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ bangkok-bananas.blogspot.com แถมงานนี้ยังมีจัดประกวดภาพถ่ายด้วย ใครสนใจก็ลองไปสมัครกันได้นะเออ

อยากจะไปเดินดูเหมือนกัน แต่ช่วงนี้งานเข้าอย่างแรงครับ T-T

Tags: , ,

K-My Debit Card นวัตกรรมใหม่เพื่อเอาใจปัจเจกชน

่25 เมษายน 2009 | 1 ความเห็น | ในหมวด ข่าวสาร, ศิลปะ-ออกแบบ

ได้รับเมล์มาจากธนาคารกสิกรครับ (ใช้ของที่นี่อยู่) ว่าตอนนี้มีบัตรเดบิตรุ่นใหม่ ชื่อว่า K-My Debit Card พอลองมาดูคุณสมบัติก็ปรากฏว่าก็เหมือนกับบัตรเดบิตทั่วๆ ไป รูดได้ ถอนได้ ซื้อของได้ หมดตูดได้ แต่ที่น่าสนใจคือมันสามารถออกแบบรูปภาพส่วนตัวไปแปะลงอยู่ในบัตรได้

kbank

ความจริงแล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรหรอกนะครับ เพราะเห็นต่างประเทศเค้าก็ทำมาได้ 2-3 ปีแล้ว จัดว่าเป็นการตลาดเพื่อตอบสนองวิถีของ ‘คนรุ่นใหม่’ ที่เวลาจะทำอะไรๆ ก็ต้องมีแบบเดียว อันเดียว อย่างเดียวในโลก (แต่ดันมีกิ๊กหลายคน) … ปรากฏการณ์นี้ก็มีให้เห็นกันเกลื่อนอย่างพวกของทำมือ, เว็บที่สามารถแต่งธีมเองได้, ไฮไฟว์, ไอพ็อด 9 สี, หลังคาบ้าน 5 สี, กางเกงใน 7 สี และอื่นๆ อีกมากมาย

เอ่อ… เขียนเรื่องบัตรเดบิตอยู่ดีๆ แต่ไหงไปเรื่องกางเกงในได้ไงวะเนี่ยะ

ที่จริงที่ผมมาเขียนถึงเรื่องนี้ เพราะก่อนหน้านี้ผมไปเจอลิงก์เว็บที่รวมผลงานการออกแบบบัตรเครดิต จาก 100 นักออกแบบทั่วโลกมาครับ เป็นแคมเปญของ EPOS Card ของญี่ปุ่น บางอันก็ส้วยสวย บางอันก็สร้างสรรค์ เผื่อใครจะดูแล้วได้ไอเดียไปสร้างสรรค์บัตรเดบิตในแบบเฉพาะของตัวเองมั่งไงล่ะ

100-design-card

design-card

สนใจก็เข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ eposcard.co.jp นะครับ

Tags: , ,

โวยโลโก้ใหม่ NBT ละเมิด ขู่เลิกใช้ภายใน 30 วัน

่25 เมษายน 2009 | 3 ความเห็น | ในหมวด ข่าวสาร, ศิลปะ-ออกแบบ

nbt-vs-bowling

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท โกลเด้นโบล์ จำกัด โดยนายบัณฑิต บุญปาสาณ ทนายความผู้รับมอบอำนาจ ได้ทำหนังสือถึงนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ และสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ (ช่อง11) หรือ “เอ็นบีที” ขอให้ยุติการละเมิดเครื่องหมายการค้า เนื่องจากเอ็นบีทีได้เผยแพร่เครื่องหมาย หรือโลโก้ใหม่ เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งมีรูปร่างและลักษณะที่คล้ายกับลวดลายเส้นประดิษฐ์ ซึ่งเป็นภาคส่วนสาระสำคัญภาคส่วนหนึ่งในเครื่องหมายการค้าของบริษัท โกลเด้นโบล์ จำกัด หากเอ็นบีทีไม่ยุติกการใช้โลโก้ดังกล่าวภายใน 30 วัน นับจากได้รับหนังสือฉบับนี้ (ครบ 30 วัน ในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้) บริษัทจำเป็นที่จะต้องดำเนินการตามที่เห็นสมควรเพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิตาม กฎหมายต่อไป

ข่าวแจ้งว่า บริษัท โกลเด้นโบล์ จำกัด ได้ส่งสำเนาทะเบียนเครื่องหมายการค้า ทะเบียนเลขที่ ค198773 และสำเนาเอกสารความแพร่หลายของเครื่องหมายการค้าของบริษัทไปพร้อมกับโนติ๊ส พร้อมอธิบายโลโก้ของบริษัท ประกอบด้วย 2 ภาคส่วน คือภาคส่วนแรกเป็นลวดลายเส้นในลักษณะประดิษฐ์เป็นลายเส้นมุมฉากลบมุมสองเส้น วางประกบกันด้านบนและล่าง และมีช่องว่างระหว่างเส้นทั้งสอง โดยเส้นที่อยู่ด้านซ้ายมือมีการลากเส้นยาวขึ้นด้านบนมีลักษณะคล้ายตัวอักษร โรมัน b ประดิษฐ์ และภาคส่วนที่สองเป็นคำอักษรโรมันคำว่า bowling รวมเรียกขานได้ว่า บี หรือ บี โบลิ่ง และสินค้าภายใต้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้รับการจดทะเบียนโดยกรม ทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2546 และเป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่สาธารณชนผู้บริโภคทั่วไปแล้ว

สำหรับผู้ชนะการประกวดออกแบบโลโก้สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ได้แก่ นายเนติพิกัติ ตังคไพศาล กราฟิกดีไซเนอร์ จากทีวีไทย ซึ่งได้แนวความคิดจากสัญลักษณ์ของกรมประชาสัมพันธ์ที่เป็นรูปพระอินทร์เป่า สังข์ เหตุผลที่คณะกรรมการเลือกเพราะเห็นว่ามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือสามารถสื่อความหมายว่าเป็นสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ มีเอกลักษณ์ที่แฝงความเป็นไทย จดจำง่ายและเด่นชัด รวมทั้งสามารถนำไปปรับใช้กับงานในหลายลักษณะ เช่น งานกราฟิกบนหน้าจอโทรทัศน์ นามบัตร ซองจดหมาย เป็นต้น

ข่าวจาก : มติชนออนไลน์

Tags: ,

กินไปเรื่อย… เจาะวิถีอร่อยริมทาง

่3 เมษายน 2009 | 0 ความเห็น | ในหมวด ข่าวสาร

เมื่อวานซืนนู้นนนน (31 มีนา) ได้มีโอกาสไปงานหนังสือกับเพื่อนครับ แต่ได้จังหวะพอดีที่ TCDC เค้าเชิญชวนให้สมาชิกของที่นั่นไปร่วมงานเปิดนิทรรศการที่ชื่อ “กินไปเรื่อย… เจาะวิถีอร่อยริมทาง” ผมก็เลยแวบไปซะเลย เพราะกะไว้ว่างานนี้ต้องมีการ “กินฟรี” เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

กินไปเรื่อย - 01

พอไปถึง ก็เห็นเค้าเอาแม่ค้าหาบเร่ขึ้นมาไว้บนห้างของมนุษย์ไฮโซ นับว่าเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และแน่นอนที่น่าสนใจมากกว่านั้น ก็คือเค้าจัดให้เราได้กินฟรี อย่างที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นจากมนุษย์เลวคนหนึ่ง

กินไปเรื่อย - 02

หลังจากแดก เอ้ย! รับประทานเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาของการเข้าสู่พิธีเปิดงานครับ งานนี้ได้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ผู้ว่าฯ กทม. มาเป็นคนเปิดงานครับ … แต่ผมก็ไม่รู้นะ ว่าท่านเคย “กินไปเรื่อย” รึเปล่าหนอ? (หมายถึงอาหารน่ะ)

“กินไปเรื่อย..เจาะวิถีอร่อยริมทาง” (08)

เอาล่ะครับ หลังจากนั้นก็เป็นการเข้าไปชมนิทรรศการ ซึ่งถ้าให้ผมมาพูดก็เกรงว่าท่านผู้อ่านจะเสียอรรถรสเสียเปล่าๆ และอาจจะทำให้ขาดใจความสำคัญที่นิทรรศการต้องการจะสื่อสารได้ (ความจริงคือขี้เกียจเขียนแหละ… พูดง่ายๆ) ดังนั้นก็เลยขอคัดลอกคำบรรยายย่อๆ ของส่วนต่างๆ ภายในนิทรรศการจากใบปลิวที่เค้าแจกเลยแล้วกันครับ

กินไปเรื่อย - 03

1.กรุงเทพฯ เมืองบุฟเฟต์ หากนำร้านอาหารริมฟุตบาททั้งหมดมาต่อกัน กรุงเทพฯ คงเปรียบเสมือนเมืองเครือข่ายบุฟเฟต์ที่หนาแน่นที่สุดในโลก เพื่อรองรับความอยากจะกินและกินทั้งวันของสังคมเมือง ปิยทัต เหมทัต เก็บภาพความหลากหลายของแหล่งบริการอาหารริมทางและภาชนะอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อ ความอิ่มอร่อยในปัจจุบันผ่านวิถีการกินในแต่ละมื้อ ตั้งแต่เคาน์เตอร์อาหารรับอรุณตามแนวบาทวิถี วาไรตี้ร้านตามสั่งมื้อกลางวัน อาหารว่างบามย่ายเพื่อผ่อนคลายและสร้างสังคม กับข้าวถุงเชื่อมสัมพันธ์ครอบครัวยามเย็น และข้าวต้มโต้รุ่งที่พึ่งของคนนอนดึก

2.แม่ค้านักประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์เพิ่มรสชาติและความสะดวกสบายที่ผลิตโดยพ่อค้าแม่ขาย ภายใต้แนวคิด “ใช้ง่าย ต้นทุนต่ำ และสอดคล้องกับวิถีชีวิต” ถือเป็นปูมความคิดสร้างสรรค์นำพานวัตกรรมแบบบ้านๆ มาใช้ประโยชน์ในการทำมาค้าขาย เห็นได้จากภาชนะห่อ มัด หิ้วจากสารพัดใบไม้แบบดั้งเดิม จนถึงศิลปะมัดยางมุมถุงโอเลี้ยงที่หิ้วดูดได้สบายมือ พิสูจน์เขียงตัดผลไม้ลูกผสมที่พ่อค้าซาเล้งต่างเจให้ไป จนถึงกลยุทธิ์เรียกลูกค้าสุดสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มรายได้แบบเฉพาะตัว

กินไปเรื่อย - 04

3.ชิมไป บ่นไป กว่าจะเป็นรถเข็นในวันนี้ แท้จริงผ่านการติ ชม บ่น ปนเสนอแนะจากแม่ค้าและลูกค้านักออกแบบมาหลายยุคสมัย ผลสำรวจปัญหาและความต้องการของผู้บริโภคและผู้ค้าอาหารหาบเร่แผงลอยใน กรุงเทพฯ 1,600 คน จะผลักดันให้รถเข็นในอนาคตเป็นอย่างไร ร้อยละ 49.7 ของลูกค้าต้องการไฟส่องสว่างมากขึ้น ส่วนร้อยละ 52.4 ของพ่อค้าอยากได้อ่างล้างมือ สถิติยังแสดงให้เห็นว่าลูกค้าเกือบ 2 ล้านคนพบส่งแปลกปลอมในอาหารหาบเร่ทุกวัน แต่ก็ยังยอมทนเพราะรสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ ทั้งนี้ยังพร้อมจะจ่ายเพิ่ม 5 บาท เพื่อภาชนะลดโลกร้อนด้วย

4.สู้แล้วรวย พันธุ์รบ กำลา เริ่มจากการขายรถเข็นขายบะหมี่เมื่อ 17 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้เป็นเจ้าของแฟรนไชส์รถเข็น “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” กว่า 1,500 คัน ส่วน “แดงแหนมเนือง” ที่เริ่มเร่ขายเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ก็ได้เติบโตจากการสร้างเครือข่ายกระจายชุดแหนมเนืองผ่านรถทัวร์และ “อร่อยทั่วไทย” กับไปรษณีย์ไทย ธุรกิจหาบเร่ได้พัฒนาไปอีกขั้นล้วนรู้จักใช้กลยุทธ์ เช่น การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ปรับผลิตภัณฑ์เข้าหากลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มเครือข่ายกระจายสินค้า แต่ตัวอย่างดิลิเวอรี่ที่ได้ทั้งประโยชน์ต่อสังคมและโดดเด่นด้านการจัดการ ก็คงต้องยกให้สหกรณ์ “ดับบ้าวัลล่า” แห่งมุมไบ ที่ส่งปิ่นโตกลางวันฝีมือแม่และเมียสู่ลูกค้า 175,000 คนทุกวัน

กินไปเรื่อย - 05

5.เร่อินเตอร์ เมื่อเซอร์เจมส์ ดิวเวอร์ ประดิษฐ์กระติกสูญญากาศเพื่อเก็บแก๊สเหลวในปี ค.ศ.1892 คงคิดไม่ถึงว่าคนไทยจะเอามาใช้เก็บข้าวเหนียวให้อุ่นนุ่มนาน เช่นเดียวกับคนขายไอศกรีมโคนในประเทศไทย หลายคนที่ไม่รู้ว่าอิตาโล มาร์คิโอนี คนเร่ขายน้ำแข็งไสรสมะนาวในนิวยอร์ค เป็นคนคิดโคนไอศกรีมเป็นคนแรกในปี ค.ศ.1903 ไม่ว่าการออกแบบภาชนะจะเกิดจากสภาวะทางสังคมเศรษฐกิจ หรือเทคโนโลยีอย่างไร ลักษณะการใช้งานมักเปลี่ยนไปตามบริบทใหม่ๆ เสมอ วิถีกินริมทางของไทยได้หยิบยืมภาชนะสากลมาปรับใช้อย่างไร้กฎเกณฑ์ แล้วทัศนะนี้จะเร้าให้เกิดการออกแบบ เพื่อวิถีอร่อยริมทางที่ดีขึ้นได้หรือไม่

นิทรรศการ “กินไปเรื่อย…เจาะวิถีอร่อยริมทาง” (Quick Bites : Design for Better Eating) จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน - 7 มิถุนายน 2552 ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม ช้อปปิ้ง คอมเพล็ก ตั้งแต่เวลา 10.30-21.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์)

ใครว่างๆ ก็ลองไปกันดูนะครับ

Tags: , , ,
"));