กินไปเรื่อย… เจาะวิถีอร่อยริมทาง
เมื่อวานซืนนู้นนนน (31 มีนา) ได้มีโอกาสไปงานหนังสือกับเพื่อนครับ แต่ได้จังหวะพอดีที่ TCDC เค้าเชิญชวนให้สมาชิกของที่นั่นไปร่วมงานเปิดนิทรรศการที่ชื่อ “กินไปเรื่อย… เจาะวิถีอร่อยริมทาง” ผมก็เลยแวบไปซะเลย เพราะกะไว้ว่างานนี้ต้องมีการ “กินฟรี” เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
พอไปถึง ก็เห็นเค้าเอาแม่ค้าหาบเร่ขึ้นมาไว้บนห้างของมนุษย์ไฮโซ นับว่าเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และแน่นอนที่น่าสนใจมากกว่านั้น ก็คือเค้าจัดให้เราได้กินฟรี อย่างที่ได้มีการคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นจากมนุษย์เลวคนหนึ่ง
หลังจากแดก เอ้ย! รับประทานเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาของการเข้าสู่พิธีเปิดงานครับ งานนี้ได้ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ผู้ว่าฯ กทม. มาเป็นคนเปิดงานครับ … แต่ผมก็ไม่รู้นะ ว่าท่านเคย “กินไปเรื่อย” รึเปล่าหนอ? (หมายถึงอาหารน่ะ)
เอาล่ะครับ หลังจากนั้นก็เป็นการเข้าไปชมนิทรรศการ ซึ่งถ้าให้ผมมาพูดก็เกรงว่าท่านผู้อ่านจะเสียอรรถรสเสียเปล่าๆ และอาจจะทำให้ขาดใจความสำคัญที่นิทรรศการต้องการจะสื่อสารได้ (ความจริงคือขี้เกียจเขียนแหละ… พูดง่ายๆ) ดังนั้นก็เลยขอคัดลอกคำบรรยายย่อๆ ของส่วนต่างๆ ภายในนิทรรศการจากใบปลิวที่เค้าแจกเลยแล้วกันครับ
1.กรุงเทพฯ เมืองบุฟเฟต์ หากนำร้านอาหารริมฟุตบาททั้งหมดมาต่อกัน กรุงเทพฯ คงเปรียบเสมือนเมืองเครือข่ายบุฟเฟต์ที่หนาแน่นที่สุดในโลก เพื่อรองรับความอยากจะกินและกินทั้งวันของสังคมเมือง ปิยทัต เหมทัต เก็บภาพความหลากหลายของแหล่งบริการอาหารริมทางและภาชนะอุปกรณ์ที่ใช้เพื่อ ความอิ่มอร่อยในปัจจุบันผ่านวิถีการกินในแต่ละมื้อ ตั้งแต่เคาน์เตอร์อาหารรับอรุณตามแนวบาทวิถี วาไรตี้ร้านตามสั่งมื้อกลางวัน อาหารว่างบามย่ายเพื่อผ่อนคลายและสร้างสังคม กับข้าวถุงเชื่อมสัมพันธ์ครอบครัวยามเย็น และข้าวต้มโต้รุ่งที่พึ่งของคนนอนดึก
2.แม่ค้านักประดิษฐ์ สิ่งประดิษฐ์เพิ่มรสชาติและความสะดวกสบายที่ผลิตโดยพ่อค้าแม่ขาย ภายใต้แนวคิด “ใช้ง่าย ต้นทุนต่ำ และสอดคล้องกับวิถีชีวิต” ถือเป็นปูมความคิดสร้างสรรค์นำพานวัตกรรมแบบบ้านๆ มาใช้ประโยชน์ในการทำมาค้าขาย เห็นได้จากภาชนะห่อ มัด หิ้วจากสารพัดใบไม้แบบดั้งเดิม จนถึงศิลปะมัดยางมุมถุงโอเลี้ยงที่หิ้วดูดได้สบายมือ พิสูจน์เขียงตัดผลไม้ลูกผสมที่พ่อค้าซาเล้งต่างเจให้ไป จนถึงกลยุทธิ์เรียกลูกค้าสุดสร้างสรรค์เพื่อเพิ่มรายได้แบบเฉพาะตัว
3.ชิมไป บ่นไป กว่าจะเป็นรถเข็นในวันนี้ แท้จริงผ่านการติ ชม บ่น ปนเสนอแนะจากแม่ค้าและลูกค้านักออกแบบมาหลายยุคสมัย ผลสำรวจปัญหาและความต้องการของผู้บริโภคและผู้ค้าอาหารหาบเร่แผงลอยใน กรุงเทพฯ 1,600 คน จะผลักดันให้รถเข็นในอนาคตเป็นอย่างไร ร้อยละ 49.7 ของลูกค้าต้องการไฟส่องสว่างมากขึ้น ส่วนร้อยละ 52.4 ของพ่อค้าอยากได้อ่างล้างมือ สถิติยังแสดงให้เห็นว่าลูกค้าเกือบ 2 ล้านคนพบส่งแปลกปลอมในอาหารหาบเร่ทุกวัน แต่ก็ยังยอมทนเพราะรสชาติถูกปาก ราคาถูกใจ ทั้งนี้ยังพร้อมจะจ่ายเพิ่ม 5 บาท เพื่อภาชนะลดโลกร้อนด้วย
4.สู้แล้วรวย พันธุ์รบ กำลา เริ่มจากการขายรถเข็นขายบะหมี่เมื่อ 17 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้เป็นเจ้าของแฟรนไชส์รถเข็น “ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว” กว่า 1,500 คัน ส่วน “แดงแหนมเนือง” ที่เริ่มเร่ขายเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ก็ได้เติบโตจากการสร้างเครือข่ายกระจายชุดแหนมเนืองผ่านรถทัวร์และ “อร่อยทั่วไทย” กับไปรษณีย์ไทย ธุรกิจหาบเร่ได้พัฒนาไปอีกขั้นล้วนรู้จักใช้กลยุทธ์ เช่น การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ปรับผลิตภัณฑ์เข้าหากลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มเครือข่ายกระจายสินค้า แต่ตัวอย่างดิลิเวอรี่ที่ได้ทั้งประโยชน์ต่อสังคมและโดดเด่นด้านการจัดการ ก็คงต้องยกให้สหกรณ์ “ดับบ้าวัลล่า” แห่งมุมไบ ที่ส่งปิ่นโตกลางวันฝีมือแม่และเมียสู่ลูกค้า 175,000 คนทุกวัน
5.เร่อินเตอร์ เมื่อเซอร์เจมส์ ดิวเวอร์ ประดิษฐ์กระติกสูญญากาศเพื่อเก็บแก๊สเหลวในปี ค.ศ.1892 คงคิดไม่ถึงว่าคนไทยจะเอามาใช้เก็บข้าวเหนียวให้อุ่นนุ่มนาน เช่นเดียวกับคนขายไอศกรีมโคนในประเทศไทย หลายคนที่ไม่รู้ว่าอิตาโล มาร์คิโอนี คนเร่ขายน้ำแข็งไสรสมะนาวในนิวยอร์ค เป็นคนคิดโคนไอศกรีมเป็นคนแรกในปี ค.ศ.1903 ไม่ว่าการออกแบบภาชนะจะเกิดจากสภาวะทางสังคมเศรษฐกิจ หรือเทคโนโลยีอย่างไร ลักษณะการใช้งานมักเปลี่ยนไปตามบริบทใหม่ๆ เสมอ วิถีกินริมทางของไทยได้หยิบยืมภาชนะสากลมาปรับใช้อย่างไร้กฎเกณฑ์ แล้วทัศนะนี้จะเร้าให้เกิดการออกแบบ เพื่อวิถีอร่อยริมทางที่ดีขึ้นได้หรือไม่
นิทรรศการ “กินไปเรื่อย…เจาะวิถีอร่อยริมทาง” (Quick Bites : Design for Better Eating) จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 7 มิถุนายน 2552 ที่ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรียม ช้อปปิ้ง คอมเพล็ก ตั้งแต่เวลา 10.30-21.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์)
ใครว่างๆ ก็ลองไปกันดูนะครับ
Tags: design, exhibition, news, tcdc





