| รับ RSS

หนังสือรวมผลงานวิชา Design I

่19 เมษายน 2009 | 2 ความเห็น | ในหมวด งานการ

ขอเบิ้ลด้วยผลงานส่วนตัวอีกอันนึงแล้วกันนะครับ เป็นงานของเทอมที่แล้ว โจทย์ก็คือว่าให้เอางานเก่าๆ ที่เคยทำมา มาทำเป็น Portfolio ในรูปแบบของรูปเล่มหนังสือ

นั่งหลังขดหลังแข็งทำอยู่สี่ซ้าห้าวัน ในที่สุดก็ได้มาเป็นหนังสืออย่างที่เห็นน่ะครับ ใช้เทคนิค Pop-up ผสมผสานเข้ากับลูกเล่นดึงเข้าดึงออก เพื่อให้เกิดความหฤหรรษ์ (เวลาจะดึงต้องดึงดีๆ เพราะดันทำแน่นรูเกินไป - -)

Portfolio

Tags: , , ,

ฉันเป็นนัก(ศึกษา)ออกแบบกราฟิกไทย

่17 เมษายน 2009 | 6 ความเห็น | ในหมวด งานการ, ศิลปะ-ออกแบบ

คาดว่าหลายๆ ท่านที่อยู่ในแวดวงการออกแบบ น่าจะพอรู้ข่าวคราวถึงโครงการสนุกๆ ที่มีชื่อว่า “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย (I am a Thai Graphic Designer)” และบังเอิญให้ว่าตอนนี้ก็เป็นช่วงจังหวะชีวิตที่กำลังว่างๆ กลวงๆ อยู่พอดี ก็เลยขอร่วมแจมเพื่อสร้างความครื้นเครง ในยามที่บ้านเมืองกำลังอลวนอลเวงกันในขณะนี้

และไหนๆ เทอมหน้าก็จะมีวิชา Typography อยู่ด้วย (เนื่องจากคณะที่ผมเรียนอยู่เพิ่งเปิดใหม่ ก็ไม่รู้ว่าจะหาคนมาสอนได้ยัง… ขอบ่นหน่อยเถอะ - -”) ก็เลยขออุ่นเครื่องสำหรับงานสร้างสรรค์แบบอักษรชุดนี้ (หลังจากที่ห่างหายไป 2-3 ปี) ด้วยการคิดว่าจะสร้างชุด Lettering ภาษาอังกฤษ ที่อยากให้ฝรั่งดูแล้วต้องร้องว่า “ไท๊ย ไทย” (โดยที่ชุดอักษรจะต้องไม่มีลายกระหน่งกระหนกแปะอยู่ ให้เป็นที่รำคาญของเด็กแนว)

หลังจากตีกรอบโจทย์ให้กับตัวเองเสร็จแล้ว ก็เลยคิดว่าจะใช้สไตล์การออกแบบ แบบที่เรียกว่า “ไทยแบบบ้านๆ” หรือ “ลูกทุ้ง ลูกทุ่ง” หนึ่งในงานที่ผมนึกถึงก็พวกสติ๊กเกอร์ท้ายรถบรรทุก หรือ Graffiti แบบไทยๆ ก็อย่างพวกป้ายเที่ยวงานประจำปี ปิดทองลูกนิมิต อะไรประมาณนั้น

ขั้นตอนต่อมา ผมก็ว่าจะไปตามหาแรงบันดาลใจ ปรากฏว่าไอ้ครั้นจะต้องนั่งรถ บขส. ไปต่างจังหวัด แล้วไปถ่ายรูปป้ายพวกนี้ ก็ดูท่าว่าึคงจะทุ่มเทและทุ่มทุนจนเกินไป (ความจริงใครคิดจะรวบรวมภาพงานกราฟิกไทย สไตล์ช่างศิลป์แนวๆ นี้ทำเป็นเล่มออกขาย ผมจะอุดหนุนเป็นรายแรกเลยคอยดูสิ) ในเมื่อหาไม่ได้ (หรือไม่ได้หา?) ก็เลยคุ้ยแบบมักง่ายเอาในเน็ตนี่แหละ ก็ได้พวกสติ๊กเกอร์ท้ายรถบรรทุกมาเป็นอินสปายไวน์คูเล่อร์นิดหน่อย (ขอบคุณภาพจาก numnigon.multiply.com)

thai-sticker1

thai-sticker2

thai-sticker3

thai-sticker4

นอกจากนี้ ผมก็นึกขึ้นมาได้อีกแหละว่ามีแบบอักษรแบบหนึ่งที่ผมนึกถึง นั่นก็คือฟอนต์ที่มีชื่อว่า BANGLIKOSANA@ARTY (โดยคุณยิ่งยศ จากบางลี่โฆษณา) ซึ่งออกแบบมาได้มีกลิ่นอายแบบลูกทุ๊ง ลูกทุ่ง จนเห็นแล้วอยากพาตัวเองไปเคี้ยวเื้อื้องอยู่กลางท้องนา ทีเดียวเชียวล่ะ

bangli

ส่วนพวกป้าย PR งานวัด นี่ผมก็ไม่ได้มีแหล่งอ้างอิงจากที่ไหนครับ… แต่โชคดีว่าแถวบ้านผมนี่อยู่ย่านชานเมือง วัดเวิ้ดเลยมีอุดมสมบูรณ์ (ขนาดบ้านผมยังอยู่ติดกำแพงวัดเลย) เลยยังพอมีภาพแบบอักษรแนวๆ นี้อยู่ในหัวบ้าง เท่าที่จำได้ก็มีแบบอักษรหลายแบบหลายสไตล์ แต่ที่ได้รับความนิยมมักจะได้อารมณ์แบบศิลปะยุค Baroque ผสม Art Nouveau แถมยังมีติ่งของความเป็นยุค 60’s อยู่ใน Typeface สรุปคือประมาณว่าลีลาอ่อนช้อย เลื้อยๆ อ้วนๆ อิ่มๆ

เฮ้ย พิมพ์ไปพิมพ์มาชักจะเริ่มยาว… - -”

จากนั้นผมก็เริ่มออกแบบตัวอักษรบางตัวในกระดาษครับ ซึ่งออกแบบมาได้นิดหน่อยก็มาด้นต่อเอาในคอมเลย

i-am-a-thai-graphic-designer-outline

จับเอกลักษณ์ที่ศึกษามาทั้งหมด ก็พอจะสรุปเอาได้ว่า Lettering ชุดนี้ อยากจะให้มีลีลาที่ดูแล้วอ้วนพลิ้วปลิวไสว แต่ก็ยังไม่วายจะใช้รูปเรขาคณิตที่เน้นรูปวงรีและวงกลม ประมาณว่าให้อารมณ์เหมือนฝรั่งอยากจะทำอะไรแบบไทยๆ แต่ก็เก้ๆ กังๆ เหมือนฝรั่งที่อยากจะรำวงเพลงไทย แต่ที่ไหนได้กลายเป็นควักกะปิโชว์ซะงั้น !

i-am-a-thai-graphic-designer-lettering

ทำบ้าง-พักบ้าง เป็นเวลา 3-4 วัน จนในที่สุดก็เสร็จเป็น Lettering ในชั้นแรกที่ยังไม่ได้ใส่ขอบ (ดูไฮโซทีเดียว)

i-am-a-thai-graphic-designer-complete

จากนั้นก็ใส่สี-ใส่ขอบ จนได้ออกมาเป็นชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์ ใช้เฉดสีที่นิยมใช้กันในงานแนวลูกทุ่้งๆ ประเภทโทนสีจัดจ้าน (ถ้าใช้สีสะท้อนแสงได้จะดีมาก) หลังจากนั้นก็เอางานไปอัดเป็นภาพสี หมดไป 150 บาท -O-

i-am-a-thai-graphic-designer

ขั้นตอนสุดท้าย ก็ไปจ้างนายแบบจากเกาหลี(เหนือ) มาโพสต์ท่า ฉากหลังใช้ประตูบานพับ… งานสถาปัตยกรรมที่เห็นกันได้ทุกทิศทั่วไทย (ถ้ามีหมาขี้เรื้อนมายืนจังก้าอยู่ในภาพ จะได้อารมณ์ความเป็นไทยมาก)

ปล.พูดถึงแล้ว… ถ้าจะเอา Lettering ชุดนี้มาทำเป็นฟอนต์ก็คงจะดีนะครับ :)

Tags: , , ,

27 มีนา 52 | หมดตูด

่28 มีนาคม 2009 | 0 ความเห็น | ในหมวด บ่น

เริ่มมาจากที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ เขาได้มีการจัดประกวดโลโก้โครงการ ‘อุทยานเขียว น้ำใส ทรายขาว’ ความจริงผมก็รู้ข่าวมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เขาเริ่มประชาสัมพันธ์แล้วน่ะครับ แต่เพิ่งจะมาคิดทำจริงๆ จังๆ ก็ 3-4 วัน ก่อนหน้าที่เขาจะหมดเขตส่ง (แถมต้องถ่อไปส่งเองด้วย)

ร่างๆ แก้ๆ มาเกือบ 10 แบบ สุดท้ายได้มาดังที่เห็น

logo

แล้วเมื่อวานก็เป็นวันสุดท้ายที่เขาจะหมดเขตให้ส่งครับ กว่าจะออกจากบ้านก็เลยเที่ยงเข้าไปแล้ว ยิ่งบ้านผมอยู่กันคนละซีกของกรุงเทพเลย แล้วจะมามัวนั่งดูข้าวม็อบเสื้อแดงให้เสียเวลาทำไมวะเนี่ย (ความจริงถึงไม่มีอะไรต้องทำ ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปดูหรอกครับ เพราะถึงไม่เสียเวลา แต่ก็อาจเสียสายตาก็ได้นะเออ)

ออกจากบ้าน นั่งรถเมล์ ต่อรถไฟฟ้า แล้วมาต่อรถเมล์อีกที ถึงแถวเกษตรก็ใช้เวลาราวๆ 3 ชั่วโมง

นั่งในรถเมล์ ก็ชะเง้อมองหากรมอุทยานไปเรื่อยๆ สุดท้ายรู้ตัวอีกทีก็พบว่านั่งเลยไปไกลแล้ว - - ในที่สุดก็ต้องพึ่งรถแท็กซี่ไปตามระเบียบ ทว่ารถแท็กซี่เจ้ากรรมก็ไม่รู้อีก เลยต้องขับช้าๆ มองหาไปเรื่อยๆ สุดท้ายโชคดีว่าไปถามลุงแก่ๆ แถวกรมไม้ป่า… เอ๊ย ป่าไม้ ก็พบว่ากรมอุทยานมันก็อยู่ที่เดียวกับกรมป่าไม้นี่แหละ

สุดท้าย โดนค่าแท็กซี่ไป 50 บาท งานนี้เล่นเอาหมดตูดจนต้องไปกดเงินเพิ่ม (พี่แท็กซี่เค้าก็คุยเอนเตอร์เทนลูกค้าดีจริง จัดได้ว่าเป็นคนที่ตลกและกวนตีนมาก นี่ถ้าไม่ขับแท็กซี่ ผมว่าไปเป็นตลกคาเฟ่ได้เลยนะครับ 555)

ตอนเอางานไปส่ง ก็เข้าไปถามเจ้าหน้าที่ว่ามีงานมาส่งประมาณกี่ชิ้น แต่ก็ตอบมาว่าก็ส่งมาเรื่อยๆ (แล้วตูจะรู้มั้ย ว่าไอ้เรื่อยๆ นี่มันกี่ชิ้น) สุดท้าย… ถ้าอยากรู้ว่าชะตากรรมของโลโก้ตัวนี้จะเป็นยังไง รอวันที่ 17 เมษา เห็นเขาว่าจะประกาศผล

ขากลับ… จวนจะค่ำ อุตส่าห์มาทั้งที ไหนๆ ก็ไหนแล้ว เลยขอแวะไปงานหนังสือเสียหน่อย…

แล้วก็ได้เรื่องจนได้… หมดไป 900 กับหนังสือ 3 เล่ม เล่มนึงเป็นหนังสือหัดเขียนลายไทย กะจะมาหัดวาดไว้ก่อนตอนปิดเทอม เพราะเทอมหน้าต้องมีเรียนวิชานี้ และข่าววงในบอกว่าทั้งวิชาและอาจารย์นั้นโหดทีเดียว *O* … เล่มที่สองกับเล่มที่สามเป็นหนังสือเก่าของต่างประเทศ เจอมาจากบูธสายคำ เป็นหนังสือแค็ตตาล็อกภาพถ่าย ที่รวมภาพถ่ายที่เอาไว้ซื้อขายทางเน็ตเมื่อ 10 ปีก่อน แต่ข้างในมีภาพถ่ายสวยเยอะมากมาย… เห็นว่าถูกดีและแถมหนังสือก็หนามาก เจอปุ๊บก็เลยไปสอยมาแบบไม่ต้องลังเล

หนังสือ

ในหนังสือ

ส่วนงานหนังสือกะว่าจะไปดูอีกรอบนีง แต่คราวนี้คงอาจได้แค่ไปเดินดูเฉยๆ ครับ สาเหตุคงไม่ต้องบอก

เป็นอีกวันของการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศชาติ (ได้เยอะมาก)

Tags: , , ,

สวัสดีครับ

่21 มีนาคม 2009 | 0 ความเห็น | ในหมวด บ่น

สวัสดีครับมนุษย์ทุกท่าน

นี่คือการเขียนบล็อก ภาค 2 ต่อจากเว็บ Firefoxthai.com ที่ผมดันทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ จนสุดท้ายก็เน่าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว… นี่แหละครับ คือผลของการตั้งชื่อเว็บบีบตัวเอง รักมาก เขียนมาก วันนึงก็เลยเอียน แล้วเลี่ยน แล้วเลิก แล้วสุดท้ายก็เละ

ให้วันนี้ฟิตกลับไปเขียนที่นั่นอีก ก็คงไม่เอาแล้วครับ อายตัวเอง เลยบากหน้ามาหาอะไรใหม่ๆ ที่นี่…

ไม่เป็นไรครับ คราวนี้กลับมาในมาดใหม่ โดยกะว่าจะเขียนทุกอย่างที่ขวางหน้า ซ้ำคนอื่นบ้าง เขียนมั่วๆ บ้าง มักง่ายบ้าง ละโว้บ้าง ก็หวังไว้ว่าจะไม่ว่ากัน

แล้วถ้าคราวนี้ ผมเกิดเลิกเขียนไปดื้อๆ แสดงว่าตอนนั้นผมคงตายห่านไปแล้วล่ะครับ

Tags:
"));